Loading ...
EN TH

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท แพลน บี มีเดีย จํากัด (มหาชน) (“บริษัท” หรือ “แพลนบี“) บริษัทในเครือ และบริษัทในกลุ่มของแพลนบี ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Privacy) ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ บุคคลที่ได้เข้าชมเว็บไซต์ https://www.planbmedia.co.th/ คู่ค้า พนักงาน บุคลากร ตัวแทน และบุคคลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมและการดำเนินการต่าง ๆ ของบริษัท (รวมเรียกว่า “ท่าน”) บริษัทจึงได้กำหนดนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ ซึ่งอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 (“พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) กฎหมาย และกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องขึ้นเพื่อแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติของบริษัทในการจัดเก็บรวบรวม การเข้าถึงข้อมูล วัตถุประสงค์ในการนำข้อมูลไปใช้ การโอนย้าย การเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลที่เกี่ยวข้อง และการวิเคราะห์ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (รวมเรียกว่า “การประมวลผล”)  อีกทั้งสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1)             ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม

                บริษัทจะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้แก่บริษัทโดยตรง หรือให้ผ่านบริษัท หรือมีอยู่กับบริษัท ทั้งที่เกิดจากการใช้บริการ ติดต่อ เยี่ยมชม ค้นหา ผ่านเว็บไซต์ หรือช่องทางโซเชียลมีเดียอื่นใด และ/หรือ ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับหรือเข้าถึงได้จากแหล่งอื่นซึ่งไม่ใช่จากท่านโดยตรง เช่น จากบริษัทในเครือ หรือบริษัทในกลุ่มของแพลนบี และ/หรือ ผู้ให้บริการข้อมูล เป็นต้น ซึ่งบริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลจากแหล่งอื่นได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากท่านตามที่กฎหมายกำหนด เว้นแต่บริษัทมีความจำเป็นตามกรณีที่กฎหมายอนุญาต โดยบริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย ซึ่งรวมไปถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะข้อมูลส่วนบุคคลของท่านดังต่อไปนี้

(ก)           ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล อายุ วันเดือนปีเกิด สถานภาพสมรส เลขประจำตัวประชาชน เลขหนังสือเดินทาง

(ข)           ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่อาศัย สถานที่ทำงาน หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ไอดีไลน์

(ค)           ข้อมูลอุปกรณ์หรือเครื่องมือ เช่น IP address, MAC address, Cookies ID

(ง)            ข้อมูลอื่น ๆ เช่น การใช้งานเว็บไซต์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใดที่ถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

(ต่อไปในนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้จะเรียกข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่านข้างต้น รวมกันว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล” )

2)             วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

(ก)           เพื่อการให้บริการ การปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท รวมถึงบริการหรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่จะมีในอนาคต ตลอดจนการดูแล การบำรุงรักษา และการดำเนินการ ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการดังกล่าว

(ข)           เพื่อการพัฒนาและปรับปรุงเว็บไซต์ https://www.planbmedia.co.th/  หรือช่องทางโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ของบริษัทในเครือและบริษัทในกลุ่มของแพลนบี ตลอดจนการวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้งานของผู้เข้าชมมากยิ่งขึ้น

(ค)           เพื่อการติดต่อสื่อสาร แจ้ง และ/หรือ รับข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ จากบริษัท หรือการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นของบริษัท

(ง)            เพื่อการดำเนินการตามความประสงค์ของท่านตามที่ได้แจ้งไว้กับบริษัท

(จ)           เพื่อการนำเสนอสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ และ/หรือ บริการอื่น ๆ ของบริษัท เช่น ข้อเสนอเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และการบริการการส่งเสริมกิจกรรมทางการตลาด และ/หรือ การทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการของบริษัท

(ฉ)           เพื่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล การตรวจสอบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงการบริการ การวิเคราะห์การใช้งานด้านบริการ การสำรวจการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย การพิจารณาการดำเนินงานและขยายธุรกิจของบริษัท

(ช)           เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย การสืบสวนของเจ้าพนักงาน หรือหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง และ/หรือ เพื่อให้เป็นไปตามกฎ ข้อบังคับ หรือบทบัญญัติของกฎหมาย

ทั้งนี้ หากมีวัตถุประสงค์อื่น ๆ ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนอกเหนือจากที่ระบุไว้ข้างต้น บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบเพื่อขอความยินยอมจากท่านเป็นการเฉพาะ อย่างไรก็ตาม บริษัทอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยไม่จำเป็นต้องขอความยินยอมจากท่านก่อน ในกรณีที่การเก็บรวมรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

(ก)           เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล

(ข)           เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญานั้น

(ค)           เป็นการจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย

(ง)            เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

3)             การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในการนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อบริษัทในเครือ บริษัทในกลุ่มแพลนบี และบุคคลภายนอก ดังต่อไปนี้ ภายใต้หลักเกณฑ์ของพรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

(ก)           บริษัทในกลุ่ม และบริษัทในเครือ เพื่อการบริหารธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้อง

(ข)           บุคคลภายนอก และบริษัทในเครือของบุคคลภายนอก เพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุภายใต้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ เช่น

  • หน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับดูแล หรือหน่วยงานอื่นตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงเจ้าพนักงานซึ่งใช้อำนาจตามกฎหมาย เช่น ศาล ตำรวจ เป็นต้น
  • ตัวแทน และหรือผู้ให้บริการ ในการดำเนินงานใด ๆ ของบริษัท เช่น ผู้ให้บริการเก็บและทำลายเอกสาร ผู้ให้บริการด้านสารสนเทศ เป็นต้น
  • บุคคลภายนอกตามความยินยอมจากท่าน หรือตามข้อกำหนดของสัญญา หรือตามข้อกำหนดของกฎหมาย แล้วแต่กรณี

ทั้งนี้ บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกในกรณีที่บุคคลภายนอกดังกล่าวนั้นตกลงที่จะรักษาความลับของข้อมูลอย่างเคร่งครัดซึ่งมีมาตรฐานไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้และตกลงจะใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะตามที่บริษัทได้แจ้งไว้เท่านั้น นอกจากนี้ บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกอื่นใดอีก ในกรณีดังต่อไปนี้

  • เป็นการปฎิบัติตามกฎหมาย หรือตามอำนาจของหน่วยงานกำกับดูแล หรือ
  • มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าการเปิดเผยนั้นมีความจำเป็นต่อการป้องกันหรือตรวจสอบการกระทำความผิดทางอาญา รวมถึงการฉ้อโกง หรือเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ
  • มีข้อยกเว้นภายใต้พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้สามารถกระทำได้

4)             การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ

                บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญานั้น เช่น การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ให้บริการในประเทศต่าง ๆ โดยในกรณีนี้บริษัทจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดในการดำเนินการให้การส่งหรือโอนข้อมูล และการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีมาตรฐานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมและสอดคล้องกับพรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง เช่น มีข้อตกลงรักษาความลับกับผู้รับข้อมูลในประเทศดังกล่าว หรือนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายในบริษัทในกรณีที่ผู้รับข้อมูลเป็นบริษัทในเครือ หรือบริษัทในกลุ่มของแพลนบี

5)             ระยะเวลาและการจัดเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ ทั้งนี้ บริษัทอาจจำเป็นต้องจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้ต่อไปภายหลังบรรลุวัตถุประสงค์แล้วหากกรณีมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนดหรืออนุญาตไว้  เช่น จัดเก็บไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิจารณาพยานหลักฐานกรณีเกิดข้อพิพาทภายในอายุความตามที่กฎหมายกำหนดเป็นระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี หรือภายหลังกำหนดอายุความ กรณีอยู่ระหว่างการดำเนินคดีหรือพิจารณาคดีตามกฎหมาย เป็นต้น

ทั้งนี้ บริษัทจะจัดเก็บไว้ในสถานที่จัดเก็บที่เหมาะสมตามประเภทของข้อมูลส่วนบุคคล โดยใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยและใช้บังคับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายในบริษัท บริษัทในเครือ และบรษัทในกลุ่มแพลนบีอย่างเข้มงวดในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ปลอดภัย ซึ่งรวมถึงการเข้ารหัสข้อมูล และมาตรการป้องกันการเข้าถึงข้อมูล โดยบริษัทกำหนดให้บุคลากรของบริษัทและผู้รับจ้างภายนอกจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานและนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

6)            สิทธิตามกฎหมายของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูล

                ท่านสามารถใช้สิทธิของท่านตามพรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ตามช่องทางที่บริษัทกำหนด และในกรณีท่านมีอายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ หรือถูกจำกัดความสามารถในการทำนิติกรรมตามกฎหมาย ท่านสามารถขอใช้สิทธิโดยให้บิดาและมารดา ผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือมีผู้อำนาจกระทำการแทนเป็นผู้แจ้งความประสงค์เพื่อใช้สิทธิ

(ก)           สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านมีสิทธิเข้าถึงและได้รับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทมีอยู่ รวมถึงขอให้บริษัท เปิดเผยว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนั้นได้มาอย่างไรโดยปราศจากความยินยอมของท่าน เว้นแต่กรณีที่บริษัทมีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือกรณีที่คำขอของท่านจะมีผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น

(ข)           สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านมีสิทธิขอให้บริษัททำการแก้ไข หรือปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน เพื่อให้เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

(ค)           สิทธิในการขอถอนความยินยอม

ท่านมีสิทธิขอถอนความยินยอมที่ท่านได้ให้ไว้กับบริษัทเมื่อใดก็ได้ (ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมที่ท่านให้ไว้ก่อนวันที่
พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใช้บังคับหรือหลังจากนั้น) ตามขั้นตอนและวิธีการที่บริษัทกำหนด เว้นแต่โดยสภาพแล้วไม่สามารถถอนความยินยอมได้โดยกฎหมาย หรือมีสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่านอยู่ ทั้งนี้ การถอนความยินยอมของท่านจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้ให้ความยินยอมไปแล้วโดยชอบก่อนการถอนความยินยอมดังกล่าว

(ง)            สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในเวลาใดก็ได้ในกรณีที่บริษัทดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือของบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น โดยไม่เกินขอบเขตที่ท่านสามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผล เพื่อดำเนินการตามภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์ หรือเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง เว้นแต่กรณีที่บริษัทมีเหตุผลในการปฏิเสธคำขอของท่านโดยชอบด้วยกฎหมาย เช่น บริษัทสามารถแสดงเหตุผลตามกฎหมายได้ว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีความสำคัญยิ่งกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของท่าน หรือเป็นไปเพื่อการยืนยันสิทธิตามกฎหมาย การปฏิบัติตามกฎหมาย หรือการต่อสู้ในการฟ้องร้องตามกฎหมาย แล้วแต่ละกรณี

(จ)           สิทธิในการขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทลบหรือทำลายข้อมูลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้ หากท่านเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกประมวลผลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือเห็นว่าบริษัทหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้แล้ว รวมไปถึงกรณีที่ท่านได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอมหรือใช้สิทธิขอคัดค้านตามที่แจ้งไว้ข้างต้นแล้ว เว้นแต่กรณีที่บริษัทมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายในการปฏิเสธคำขอของท่าน

(ฉ)           สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ในบางกรณี เช่น กรณีที่บริษัทอยู่ระหว่างตรวจสอบตามคำร้องขอใช้สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลหรือขอคัดค้านของท่าน หรือกรณีอื่นใดที่บริษัทหมดความจำเป็นและต้องลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแต่ท่านขอให้บริษัทระงับการใช้แทนเนื่องจากท่านมีความจำเป็นต้องขอให้เก็บรักษาไว้เพื่อใช้ในการตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายการปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

                (ช)           สิทธิในการขอรับหรือขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่บริษัทสามารถทำให้ข้อมูลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานได้โดยทั่วไปด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลภายนอก หรือขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้ส่งหรือโอนไปยังบุคคลภายนอก เว้นแต่บริษัทไม่สามารถทำได้โดยสภาพทางเทคนิค หรือบริษัทมีเหตุในการปฏิเสธคำขอของท่านโดยชอบด้วยกฎหมาย

(ซ)           สิทธิในการร้องเรียน

ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากท่านเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

7)             การใช้คุ้กกี้ (Cookies)

บริษัทอาจใช้คุ้กกี้และเทคโนโลยีในลักษณะเดียวกัน เมื่อท่านเข้าชมหรือใช้บริการเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อช่วยในการจัดเก็บข้อมูลเช่น การจัดเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานเว็บไซต์ ช่วงเวลาที่เข้าใช้งาน การตั้งค่าทางภาษาและข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์อื่น ๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งานเว็บไซต์ การแสดงผลข้อมูลที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และเพื่อพัฒนาประสบการณ์การเข้าชมเว็บไซต์ให้ตรงตามความต้องการของท่าน รายละเอียดโปรดดู นโยบายการใช้คุกกี้

8)             วิธีการติดต่อ            

ในกรณีที่มีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล การใช้สิทธิตามกฎหมาย หรือกรณีมีข้อร้องเรียนใด ๆ ท่านสามารถติดต่อบริษัทผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่งดังต่อไปนี้

บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน).

สถานที่ติดต่อ: เลขที่ 1213/420 ลาดพร้าว 94 ถนนศรีวรา หมู่บ้านทาวน์อินทาวน์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310

ฝ่ายทรัพยากรบุคคล: โทร. 02-530-8053-6

อีเมล: hr@planbmedia.co.th

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

สถานที่ติดต่อ: เลขที่ 1213/420 ลาดพร้าว 94 ถนนศรีวรา หมู่บ้านทาวน์อินทาวน์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310

อีเมล: dpo@planbmedia.co.th

9)             การแก้ไขเปลี่ยนแปลงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้เป็นครั้งคราว โดยบริษัทจะแจ้งนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วบุคคลฉบับปัจจุบันไว้ที่เว็บไซต์ของบริษัท https://www.planbmedia.co.th/

 

นโนบายการใช้คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ได้รับการปรับปรุงล่าสุดเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2564

 

 

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท แพลน บี มีเดีย จํากัด (มหาชน)

บริษัท แพลน บี มีเดีย จํากัด (มหาชน) (“บริษัท” หรือ "แพลนบี") และบริษัทในเครือในกลุ่มของแพลนบี ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Privacy) ของผู้สมัครที่ส่งใบสมัครงานมายังบริษัท (“ท่าน” หรือ “ผู้สมัคร”) บริษัทจึงได้กำหนด “นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” ฉบับนี้ขึ้นเพื่อแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติของเราในการจัดเก็บรวบรวมข้อมูล วัตถุประสงค์ในการนำข้อมูลไปใช้ และการเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลที่เกี่ยวข้อง (รวมเรียกว่า “การประมวลผล”) เกี่ยวกับบุคลากรต่างๆ ในกระบวนการสรรหา รวมถึงกระบวนการระหว่างการจ้างงาน อีกทั้งสิทธิของเจ้าของข้อมูล และเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าผู้สมัครได้รับความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนบุคคลที่เกี่ยวข้องและ/หรือมีความสัมพันธ์กับผู้สมัครงาน เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลให้ได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท มีดังต่อไปนี้

  1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม


    บริษัทดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ซึ่งรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Data) ("ข้อมูลส่วนบุคคล") ดังต่อไปนี้

    1. ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป

      (ก) ข้อมูลที่ใช้ระบุตัวตน (Identification Information) เช่น วัน เดือน ปีเกิด เพศ อายุ หมายเลขประจำตัวประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง สถานภาพสมรส ภาพถ่ายของผู้สมัคร

      (ข) ข้อมูลติดต่อ (Contact Data) เช่น ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น อีเมล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์

      (ค) ข้อมูลทางการเงิน (Financial Information) เช่น เงินเดือน

      (ง) ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษา เช่น ประวัติการศึกษาและผลการศึกษา ประวัติการฝึกอบรม คุณสมบัติด้านวิชาชีพ ความสามารถทางด้านภาษา ทักษะ และความสามารถอื่น ๆ

      (จ) ข้อมูลประวัติการทำงาน เช่น ประวัติการทำงาน ประสบการณ์ฝึกงาน ความสามารถ และข้อมูลเกี่ยวกับการจ้างงานในอดีต เช่น ชื่อบริษัท สถานที่ทำงาน ตำแหน่งงาน เงินเดือน และค่าตอบแทน สวัสดิการที่ได้รับอื่นๆ

      (ฉ) ข้อมูลและเอกสารการสมัครงาน เช่น Resume Curriculum Vitae (CV) จดหมายสมัครงาน ความเห็นประกอบการสรรหาพนักงาน

      (ช) ข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ เช่น ข้อมูลสมาชิกในครอบครัว ข้อมูลบุคคลอ้างอิง และข้อมูลผู้ติตด่อในกรณีฉุกเฉิน สถานภาพทางการทหาร

    2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว

      (ก) ข้อมูลตามสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน เช่น ศาสนา หมู่เลือด และข้อมูลเชื้อชาติ

      (ข) ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ ความพิการ ผลการตรวจสอบสารเสพติด

      (ค) ประวัติอาชญากรรม และการต้องโทษในคดีอาญาทั้งนี้ ในการเก็บรวมรวมข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทอาจมีการเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านโดยตรงและจากแหล่งอื่น รวมไปถึง

      (ก) หน่วยงานราชการ เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

      (ข) บุคคลอ้างอิงที่ท่านระบุในแบบฟอร์มสมัครงานของบริษัท

      (ค) แหล่งข้อมูลสาธารณะอื่นๆ เช่น เว็บไซต์ของบริษัท เว็บไซต์สมัครงานอื่น ข้อมูลที่ค้นหาได้ทางอินเตอร์เน็ต เป็นต้น

  1. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล


    บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และฐานทางกฎหมายในการเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ต่อไปนี้

    การดำเนินงาน ฐานการประมวล
    1.    เพื่อดำเนินการที่จำเป็นสำหรับการพิจารณาและคัดเลือกผู้สมัครงานในขั้นตอนต่างๆ เช่น ขั้นตอนการสมัครผ่านเว็บไซต์ของบริษัท การสมัครผ่านเว็บไซต์สมัครงานอื่น หรือสมัครผ่านทางบริษัทโดยตรง ขั้นตอนการสัมภาษณ์ ขั้นตอนการประเมินและคัดเลือก และขั้นตอนการเสนอสัญญาจ้างให้แก่ท่าน ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป: การปฏิบัติตามสัญญาหรือการดำเนินการตามคำขอก่อนเข้าทำสัญญา
    ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว: ความยินยอมโดยชัดแจ้ง
    2.    เพื่อดำเนินการตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติของท่านก่อนการจ้างงานภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย รวมถึงการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ประวัติสุขภาพ และตรวจสอบข้อมูลจากบุคคลอ้างอิงที่ท่านระบุ ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป: การปฏิบัติตามสัญญาหรือการดำเนินการตามคำขอก่อนเข้าทำสัญญา , ความยินยอมของบุคคลอ้างอิง
    ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว: ความยินยอมโดยชัดแจ้ง
    3.    เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการภายในองค์กรเกี่ยวกับกระบวนการจ้างงาน เช่น การส่งข้อมูลผู้สมัครหรือรายงานการสัมภาษณ์ให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องและผู้มีอำนาจตัดสินใจคัดเลือก กระบวนการภายในเพื่อจัดทำสัญญาจ้าง รวมถึงกระบวนการบริหารงานบุคคลอื่นๆ ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป: ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
    ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว: ความยินยอมโดยชัดแจ้ง
    4.    เพื่อการรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณอาคารหรือสถานที่ของบริษัท และการบันทึกภาพภายในสถานที่ของบริษัท ด้วยกล้องวงจรปิด (CCTV) ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป: ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
  1. การเปิดเผยข้อมูล


    ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของท่านให้แก่บริษัทในกลุ่มแพลนบีและบริษัทในเครือ และบุคคลภายนอก ดังต่อไปนี้

    1. บริษัทในกลุ่ม และบริษัทในเครือ เพื่อการบริหารธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้อง
    2. บุคคลภายนอก และบริษัทในเครือของบุคคลภายนอก เพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุภายใต้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ เช่น

      (ก) หน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับดูแล หรือหน่วยงานอื่นตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงเจ้าพนักงานซึ่งใช้อำนาจตามกฎหมาย เช่น ศาล ตำรวจ เป็นต้น

      (ข) ตัวแทน และหรือผู้ให้บริการ ในการดำเนินงานใด ๆ ของบริษัท เช่น ผู้ให้บริการเก็บและทำลายเอกสาร ผู้ให้บริการด้านสารสนเทศ เป็นต้น

      (ค) บุคคลภายนอกตามความยินยอมจากท่าน หรือตามข้อกำหนดของสัญญา หรือตามข้อกำหนดของกฎหมาย แล้วแต่กรณีทั้งนี้

      ทั้งนี้ บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกก็ต่อเมื่อบุคคลภายนอกนั้นตกลงที่จะรักษาความลับของข้อมูลอย่างเคร่งครัดและตกลงจะใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะตามที่บริษัทได้ให้ข้อมูลไปเท่านั้น นอกจากนี้ บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกอื่นใดอีก ในกรณีที่

      • เป็นการปฎิบัติตามกฎหมาย หรือตามอำนาจของหน่วยงานกำกับดูแล หรือ
      • มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าการเปิดเผยนั้นมีความจำเป็นต่อการป้องกันหรือตรวจสอบการกระทำความผิดทางอาญา รวมถึงการฉ้อโกง หรือมีความสำคัญกว่าประโยชน์สาธารณะ หรือ
      • มีข้อยกเว้นภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้กระทำได้
  1. ระยะเวลาในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล


    บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งได้ระบุไว้ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ ซึ่งเมื่อครบกำหนดเวลา ทางบริษัทฯจะทำลายเอกสารด้วยวิธีการที่เหมาะสม
    ทั้งนี้ ภายหลังจากที่บริษัทพิจารณาคุณสมบัติต่างๆ แล้ว และบริษัทตัดสินใจไม่ประสงค์ที่จะว่าจ้างท่านเป็นพนักงานสำหรับตำแหน่งงานที่ท่านได้สมัครไว้ กรณีที่ท่านให้ความยินยอมไว้กับบริษัท บริษัทจะเก็บข้อมูลของท่านต่อไปเป็นเวลา 2 (สอง) ปี เพื่อที่จะใช้เป็นข้อมูลในการติดต่อท่านในกรณีที่มีตำแหน่งงานใดๆ ในอนาคตที่อาจจะเหมาะสมกับท่าน โดยในกรณีที่ไม่ได้รับอนุญาต บริษัทจะดำเนินการลบหรือทำลาย ข้อมูลการสมัครงานของท่านทิ้งทันที ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านี้แล้ว
  1. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูล


    ภายใต้บทบัญญัติของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิตรวจดูความมีอยู่ ลักษณะของข้อมูลส่วนบุคคลและ/หรือข้อมูลอ่อนไหว วัตถุประสงค์ของการนำข้อมูลไปใช้ นอกจากนี้ ยังมีสิทธิดังต่อไปนี้

    (1) ขอสำเนา หรือขอสำเนารับรองถูกต้องเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลและ/หรือข้อมูลอ่อนไหวของตน

    (2) ขอแก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลและ/หรือข้อมูลอ่อนไหวของตนให้ถูกต้องสมบูรณ์

    (3) โต้แย้งหรือขอระงับการใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและ/หรือข้อมูลอ่อนไหวที่เกี่ยวกับตน

    (4) ขอให้ดำเนินการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลและ/หรือข้อมูลอ่อนไหวที่เกี่ยวกับตน

    (5) ขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลและ/หรือข้อมูลอ่อนไหวที่เกี่ยวกับตนในกรณีที่เป็นข้อมูลซึ่งท่านไม่ได้ให้ความยินยอมในการรวบรวมหรือจัดเก็บ

    (6) ขอยกเลิกการให้ความยินยอมใดๆ

    (7) ขอโอนย้ายข้อมูลไปที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น

    (8) ติดต่อบริษัทหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกรณีที่จำเป็น

    (9) ร้องเรียนกรณีบริษัท หรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของบริษัทหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไม่ปฎิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

    ทั้งนี้ กรณีท่านประสงค์จะใช้สิทธิในฐานะของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ระบุไว้ ท่านสามารถส่งคำร้องขอเข้ามาที่อีเมล HR ตามที่ได้ระบุไว้ในท้ายนโยบายฉบับนี้ เมื่อบริษัทได้รับคำร้องขอดังกล่าวแล้ว บริษัทจะดำเนินการบันทึกคำร้องขอ ตรวจสอบและตอบกลับคำร้องขอของท่านภายในระยะเวลาอันสมควร

  1. วิธีการติดต่อ


    ในกรณีที่มีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่าน การใช้สิทธิของท่าน หรือมีข้อร้องเรียนใด ๆ ท่านสามารถติดต่อบริษัทผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่งดังต่อไปนี้

    บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน).

    สถานที่ติดต่อ: เลขที่ 1213/420 ลาดพร้าว 94 ถนนศรีวรา หมู่บ้านทาวน์อินทาวน์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310

    ฝ่ายทรัพยากรบุคคล: โทร. 02-530-8053-6

    อีเมล: hr@planbmedia.co.th

    เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

    สถานที่ติดต่อ: เลขที่ 1213/420 ลาดพร้าว 94 ถนนศรีวรา หมู่บ้านทาวน์อินทาวน์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310

    อีเมล: dpo@planbmedia.co.th

  1. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล


    การเปลี่ยนแปลงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทางบริษัทอาจแก้ไขเพิ่มเติมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่แจ้งล่วงหน้า โดยประกาศบนเว็บไซต์พร้อมระบุวันที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งล่าสุด โดยถือว่าท่านยอมรับนโยบายที่เปลี่ยนแปลงนั้นแล้ว ทางบริษัทจะไม่แจ้งการแก้ไขดังกล่าวให้ท่านทราบเป็นรายบุคคล

การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ มีผลบังคับใช้ ณ วันที่ 31/03/2564

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท แพลน บี มีเดีย จํากัด (มหาชน)

บริษัท แพลน บี มีเดีย จํากัด (มหาชน) (“บริษัท” หรือ "แพลนบี") และบริษัทในเครือในกลุ่มของแพลนบี ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Privacy) ของผู้สมัครที่ส่งใบสมัครงานมายังบริษัท (“ท่าน” หรือ “ผู้สมัคร”) บริษัทจึงได้กำหนด “นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” ฉบับนี้ขึ้นเพื่อแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติของเราในการจัดเก็บรวบรวมข้อมูล วัตถุประสงค์ในการนำข้อมูลไปใช้ และการเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลที่เกี่ยวข้อง (รวมเรียกว่า “การประมวลผล”) เกี่ยวกับบุคลากรต่างๆ ในกระบวนการสรรหา รวมถึงกระบวนการระหว่างการจ้างงาน อีกทั้งสิทธิของเจ้าของข้อมูล และเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าผู้สมัครได้รับความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนบุคคลที่เกี่ยวข้องและ/หรือมีความสัมพันธ์กับผู้สมัครงาน เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลให้ได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท มีดังต่อไปนี้

  1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม


    บริษัทดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ซึ่งรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Data) ("ข้อมูลส่วนบุคคล") ดังต่อไปนี้

    1. ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป

      (ก) ข้อมูลที่ใช้ระบุตัวตน (Identification Information) เช่น วัน เดือน ปีเกิด เพศ อายุ หมายเลขประจำตัวประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง สถานภาพสมรส ภาพถ่ายของผู้สมัคร

      (ข) ข้อมูลติดต่อ (Contact Data) เช่น ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น อีเมล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์

      (ค) ข้อมูลทางการเงิน (Financial Information) เช่น เงินเดือน

      (ง) ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษา เช่น ประวัติการศึกษาและผลการศึกษา ประวัติการฝึกอบรม คุณสมบัติด้านวิชาชีพ ความสามารถทางด้านภาษา ทักษะ และความสามารถอื่น ๆ

      (จ) ข้อมูลประวัติการทำงาน เช่น ประวัติการทำงาน ประสบการณ์ฝึกงาน ความสามารถ และข้อมูลเกี่ยวกับการจ้างงานในอดีต เช่น ชื่อบริษัท สถานที่ทำงาน ตำแหน่งงาน เงินเดือน และค่าตอบแทน สวัสดิการที่ได้รับอื่นๆ

      (ฉ) ข้อมูลและเอกสารการสมัครงาน เช่น Resume Curriculum Vitae (CV) จดหมายสมัครงาน ความเห็นประกอบการสรรหาพนักงาน

      (ช) ข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ เช่น ข้อมูลสมาชิกในครอบครัว ข้อมูลบุคคลอ้างอิง และข้อมูลผู้ติตด่อในกรณีฉุกเฉิน สถานภาพทางการทหาร

    2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว

      (ก) ข้อมูลตามสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน เช่น ศาสนา หมู่เลือด และข้อมูลเชื้อชาติ

      (ข) ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ ความพิการ ผลการตรวจสอบสารเสพติด

      (ค) ประวัติอาชญากรรม และการต้องโทษในคดีอาญาทั้งนี้ ในการเก็บรวมรวมข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทอาจมีการเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านโดยตรงและจากแหล่งอื่น รวมไปถึง

      (ก) หน่วยงานราชการ เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

      (ข) บุคคลอ้างอิงที่ท่านระบุในแบบฟอร์มสมัครงานของบริษัท

      (ค) แหล่งข้อมูลสาธารณะอื่นๆ เช่น เว็บไซต์ของบริษัท เว็บไซต์สมัครงานอื่น ข้อมูลที่ค้นหาได้ทางอินเตอร์เน็ต เป็นต้น

  1. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล


    บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และฐานทางกฎหมายในการเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ต่อไปนี้

    การดำเนินงาน ฐานการประมวล
    1.    เพื่อดำเนินการที่จำเป็นสำหรับการพิจารณาและคัดเลือกผู้สมัครงานในขั้นตอนต่างๆ เช่น ขั้นตอนการสมัครผ่านเว็บไซต์ของบริษัท การสมัครผ่านเว็บไซต์สมัครงานอื่น หรือสมัครผ่านทางบริษัทโดยตรง ขั้นตอนการสัมภาษณ์ ขั้นตอนการประเมินและคัดเลือก และขั้นตอนการเสนอสัญญาจ้างให้แก่ท่าน ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป: การปฏิบัติตามสัญญาหรือการดำเนินการตามคำขอก่อนเข้าทำสัญญา
    ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว: ความยินยอมโดยชัดแจ้ง
    2.    เพื่อดำเนินการตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติของท่านก่อนการจ้างงานภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย รวมถึงการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ประวัติสุขภาพ และตรวจสอบข้อมูลจากบุคคลอ้างอิงที่ท่านระบุ ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป: การปฏิบัติตามสัญญาหรือการดำเนินการตามคำขอก่อนเข้าทำสัญญา , ความยินยอมของบุคคลอ้างอิง
    ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว: ความยินยอมโดยชัดแจ้ง
    3.    เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการภายในองค์กรเกี่ยวกับกระบวนการจ้างงาน เช่น การส่งข้อมูลผู้สมัครหรือรายงานการสัมภาษณ์ให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องและผู้มีอำนาจตัดสินใจคัดเลือก กระบวนการภายในเพื่อจัดทำสัญญาจ้าง รวมถึงกระบวนการบริหารงานบุคคลอื่นๆ ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป: ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
    ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว: ความยินยอมโดยชัดแจ้ง
    4.    เพื่อการรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณอาคารหรือสถานที่ของบริษัท และการบันทึกภาพภายในสถานที่ของบริษัท ด้วยกล้องวงจรปิด (CCTV) ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป: ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
  1. การเปิดเผยข้อมูล


    ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของท่านให้แก่บริษัทในกลุ่มแพลนบีและบริษัทในเครือ และบุคคลภายนอก ดังต่อไปนี้

    1. บริษัทในกลุ่ม และบริษัทในเครือ เพื่อการบริหารธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้อง
    2. บุคคลภายนอก และบริษัทในเครือของบุคคลภายนอก เพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุภายใต้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ เช่น

      (ก) หน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับดูแล หรือหน่วยงานอื่นตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงเจ้าพนักงานซึ่งใช้อำนาจตามกฎหมาย เช่น ศาล ตำรวจ เป็นต้น

      (ข) ตัวแทน และหรือผู้ให้บริการ ในการดำเนินงานใด ๆ ของบริษัท เช่น ผู้ให้บริการเก็บและทำลายเอกสาร ผู้ให้บริการด้านสารสนเทศ เป็นต้น

      (ค) บุคคลภายนอกตามความยินยอมจากท่าน หรือตามข้อกำหนดของสัญญา หรือตามข้อกำหนดของกฎหมาย แล้วแต่กรณีทั้งนี้

      ทั้งนี้ บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกก็ต่อเมื่อบุคคลภายนอกนั้นตกลงที่จะรักษาความลับของข้อมูลอย่างเคร่งครัดและตกลงจะใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะตามที่บริษัทได้ให้ข้อมูลไปเท่านั้น นอกจากนี้ บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกอื่นใดอีก ในกรณีที่

      • เป็นการปฎิบัติตามกฎหมาย หรือตามอำนาจของหน่วยงานกำกับดูแล หรือ
      • มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าการเปิดเผยนั้นมีความจำเป็นต่อการป้องกันหรือตรวจสอบการกระทำความผิดทางอาญา รวมถึงการฉ้อโกง หรือมีความสำคัญกว่าประโยชน์สาธารณะ หรือ
      • มีข้อยกเว้นภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้กระทำได้
  1. ระยะเวลาในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล


    บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งได้ระบุไว้ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ ซึ่งเมื่อครบกำหนดเวลา ทางบริษัทฯจะทำลายเอกสารด้วยวิธีการที่เหมาะสม
    ทั้งนี้ ภายหลังจากที่บริษัทพิจารณาคุณสมบัติต่างๆ แล้ว และบริษัทตัดสินใจไม่ประสงค์ที่จะว่าจ้างท่านเป็นพนักงานสำหรับตำแหน่งงานที่ท่านได้สมัครไว้ กรณีที่ท่านให้ความยินยอมไว้กับบริษัท บริษัทจะเก็บข้อมูลของท่านต่อไปเป็นเวลา 2 (สอง) ปี เพื่อที่จะใช้เป็นข้อมูลในการติดต่อท่านในกรณีที่มีตำแหน่งงานใดๆ ในอนาคตที่อาจจะเหมาะสมกับท่าน โดยในกรณีที่ไม่ได้รับอนุญาต บริษัทจะดำเนินการลบหรือทำลาย ข้อมูลการสมัครงานของท่านทิ้งทันที ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านี้แล้ว
  1. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูล


    ภายใต้บทบัญญัติของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิตรวจดูความมีอยู่ ลักษณะของข้อมูลส่วนบุคคลและ/หรือข้อมูลอ่อนไหว วัตถุประสงค์ของการนำข้อมูลไปใช้ นอกจากนี้ ยังมีสิทธิดังต่อไปนี้

    (1) ขอสำเนา หรือขอสำเนารับรองถูกต้องเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลและ/หรือข้อมูลอ่อนไหวของตน

    (2) ขอแก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลและ/หรือข้อมูลอ่อนไหวของตนให้ถูกต้องสมบูรณ์

    (3) โต้แย้งหรือขอระงับการใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและ/หรือข้อมูลอ่อนไหวที่เกี่ยวกับตน

    (4) ขอให้ดำเนินการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลและ/หรือข้อมูลอ่อนไหวที่เกี่ยวกับตน

    (5) ขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลและ/หรือข้อมูลอ่อนไหวที่เกี่ยวกับตนในกรณีที่เป็นข้อมูลซึ่งท่านไม่ได้ให้ความยินยอมในการรวบรวมหรือจัดเก็บ

    (6) ขอยกเลิกการให้ความยินยอมใดๆ

    (7) ขอโอนย้ายข้อมูลไปที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น

    (8) ติดต่อบริษัทหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกรณีที่จำเป็น

    (9) ร้องเรียนกรณีบริษัท หรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของบริษัทหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไม่ปฎิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

    ทั้งนี้ กรณีท่านประสงค์จะใช้สิทธิในฐานะของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ระบุไว้ ท่านสามารถส่งคำร้องขอเข้ามาที่อีเมล HR ตามที่ได้ระบุไว้ในท้ายนโยบายฉบับนี้ เมื่อบริษัทได้รับคำร้องขอดังกล่าวแล้ว บริษัทจะดำเนินการบันทึกคำร้องขอ ตรวจสอบและตอบกลับคำร้องขอของท่านภายในระยะเวลาอันสมควร

  1. วิธีการติดต่อ


    ในกรณีที่มีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่าน การใช้สิทธิของท่าน หรือมีข้อร้องเรียนใด ๆ ท่านสามารถติดต่อบริษัทผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่งดังต่อไปนี้

    บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน).

    สถานที่ติดต่อ: เลขที่ 1213/420 ลาดพร้าว 94 ถนนศรีวรา หมู่บ้านทาวน์อินทาวน์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310

    ฝ่ายทรัพยากรบุคคล: โทร. 02-530-8053-6

    อีเมล: hr@planbmedia.co.th

    เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

    สถานที่ติดต่อ: เลขที่ 1213/420 ลาดพร้าว 94 ถนนศรีวรา หมู่บ้านทาวน์อินทาวน์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310

    อีเมล: dpo@planbmedia.co.th

  1. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล


    การเปลี่ยนแปลงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทางบริษัทอาจแก้ไขเพิ่มเติมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่แจ้งล่วงหน้า โดยประกาศบนเว็บไซต์พร้อมระบุวันที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งล่าสุด โดยถือว่าท่านยอมรับนโยบายที่เปลี่ยนแปลงนั้นแล้ว ทางบริษัทจะไม่แจ้งการแก้ไขดังกล่าวให้ท่านทราบเป็นรายบุคคล

การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ มีผลบังคับใช้ ณ วันที่ 31/03/2564

error: Content is protected !!