
ในปี 2025 เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุค AI Economy อย่างเต็มตัว รู้ไหมว่า? จำนวน Prompt ใน ChatGPT โตขึ้นเกือบ 70% และผู้บริโภคกว่า 50% ใช้ AI ในการค้นหาข้อมูลแทน Search Engine แบบเดิม
แต่ในขณะที่ AI ฉลาดขึ้น ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคกลับสวนทาง โดย ผลสำรวจเผยว่า 53% ของผู้บริโภคยังไม่ไว้ใจผลลัพธ์จาก AI 100%



นี่คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ “สื่อนอกบ้าน” (OOH) กลับมามีบทบาทสำคัญที่สุดในการปิดช่องว่างความเชื่อมั่นด้วย 3 กลยุทธ์ที่จะทำให้แบรนด์เติบโตอย่างยั่งยืน เมื่อต้องทำงานร่วมกับ AI:
1. Culture-driven: แบรนด์ต้องมีตัวตนใน Passion ของผู้คน และOOH ช่วยทําให้มัน “Real”
เทรนด์ตลาดปัจจุบันเปลี่ยนไป “Culture” ไม่ได้เป็นก้อนเดียวอีกต่อไป แต่แตกกระจายออกเป็น Subculture ที่หลากหลายตาม Passion ของผู้คน แบรนด์ที่ยัง สื่อสารแบบ “พูดทีเดียวให้โดนทุกคน” (one-size-fits-all) จะยิ่งเข้าถึงคนได้ยากขึ้น
Case Study: Demon Slayer: Infinity Castle Arc บนจอ The 20 (37 จอตลอดแนวถนน)
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ การเปลี่ยนเรื่องของกลุ่มแฟนคลับ ให้กลายเป็น Talk of the Town ที่คนทั่วไปเห็น ถ่ายรูป และแชร์ต่อ จนสร้าง Engagement บนโซเชียลได้เกือบ 5 แสนครั้ง! พิสูจน์แล้วว่า OOH ช่วยสเกลพลังของ Subculture ให้ “Real” และยิ่งใหญ่ขึ้น
2. Experience-led: ชนะใจด้วยประสบการณ์ที่ “รู้สึก” ได้
95% ของการตัดสินใจซื้อเกิดจาก “อารมณ์” และ OOH ทำหน้าที่สร้างโมเมนต์นั้นได้ดีที่สุดผ่าน 3 ปัจจัย:
60% มาจากภาพที่คมชัด สวยสะดุดตา
45% มาจากขนาดจอที่ใหญ่และดีไซน์ที่แปลกใหม่
44% มาจากความเคลื่อนไหว (Motion/3D) ที่ทำให้แบรนด์ดูมีชีวิต
3. Trust-building: สร้าง “ความเชื่อมั่น” ว่าแบรนด์มีตัวตนจริง
ในยุคที่ AI สร้างอะไรก็ได้ “ความน่าเชื่อถือ” จึงมีค่าที่สุดสำหรับการสร้างความไว้วางใจให้ผู้บริโภคแบบระยะยาว ผลสำรวจพบว่า ผู้บริโภคถึง 94% เชื่อว่า OOH ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แบรนด์ การเห็นแบรนด์ปรากฏอยู่ตรงหน้า ในสถานที่จริงซ้ำๆ จะเปลี่ยนความคุ้นเคยให้กลายเป็นความมั่นใจ (Loyalty) ในระยะยาว ![]()